29 วิธีดับกลิ่นปาก มีกลิ่นปากต้องทำอย่างไร ?

ปัญหากลิ่นปาก:      

กลิ่นปาก หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Bad breath, Halitosis ซึ่งหมายถึง การมีกลิ่นไม่พึงประสงค์เมื่อหายใจ

กลิ่นปากเป็นก๊าซมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นในร่างกายของเราและออกมาทางลมหายใจ ต้นตอของกลิ่นปากอาจจะมาจากในปาก ในคอ จมูก หรือแม้แต่แบคทีเรียในช่องท้อง

นอกจากนี้ กลิ่นปากยังทำให้บุคลิกภาพแย่ลง ทำให้สูญเสียความมั่นใจ และอาจส่งผลกระทบถึงหน้าที่การงานและความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับคนใกล้ตัว

วิธีทดสอบกลิ่นปาก

1. ให้หายใจเข้าเต็มที่ ใช้มือป้องปากและจมูกเอาไว้ แล้วหายใจออกจากปาก จากนั้นให้สูดลมหายใจเข้าทางจมูกเพื่อดมกลิ่นว่ามีกลิ่นไม่พึงประสงค์หรือไม่

2. ใช้วิธีเลียข้อมือและดมดู หรือในบางคนอาจจะใช้นิ้วมือถูที่บริเวณเหงือกแล้วนำมาดมกลิ่นว่ามีกลิ่นไม่พึงประสงค์หรือไม่

3. บ้วนน้ำลายออกมาแล้วลองดมกลิ่นน้ำลายดู (ปกติแล้วน้ำลายจะเป็นสารคัดหลั่งที่สะอาดและไม่มีกลิ่น) ถ้าน้ำลายมีกลิ่นก็แสดงว่ามีการปนเปื้อนของเชื้อโรค และอาจเป็นไปได้ว่าน้ำลายนั้นผ่านนิ่วที่ต่อมทอนซิลออกมา

4. สังเกตความเห็นจากคนใกล้ชิด

สาเหตุของกลิ่นปาก

  1. การไม่รักษาสุขภาพช่องปาก ก็ทำให้มีกลิ่นปากได้ เช่น แปรงฟันไม่สะอาดทำให้มีคราบอาหารหรือคราบแบคทีเรียมาเกาะอยู่ตามผิวฟัน ลิ้น หรือกระพุ้งแก้ม
  2. ลิ้นเป็นฝ้า สาเหตุหนึ่งของกลิ่นปาก ลิ้นที่เป็นฝ้านั้นเกิดจากการสะสมของเศษอาหารและแบคทีเรียบนผิวด้านบนของลิ้น
  3. น้ำลาย ก็มีส่วนทำให้เกิดกลิ่นปากได้ ถ้าหากน้ำลายน้อยก็จะชำระล้างเศษอาหารได้ไม่หมดจนทำให้เกิดกลิ่นปาก รวมไปถึงผู้ที่มีน้ำลายข้นเหนียวก็จะชำระล้างเศษอาหารได้ไม่ดีเท่าผู้ที่มีน้ำลายใส และนี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำไมเมื่อตื่นนอนจึงมักมีกลิ่นปาก นั่นเป็นเพราะในขณะหลับจะมีการไหลเวียนของน้ำลายน้อย
  4. หินปูน สาเหตุสำคัญของกลิ่นปาก หากมีหินปูนต้องให้ทันตแพทย์ขูดออก
  5. ฟันผุ จะทำให้เศษอาหารไปติดค้างอยู่ในรูฟันที่ผุจนเกิดการบูดเน่าและทำให้เกิดกลิ่น หรือผู้ที่มีฟันผุทะลุโพรงประสาทฟัน ทำให้มีหนองที่ปลายรากฟัน ซึ่งจะส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์
  6. แผลในช่องปาก เมื่อเป็นแผลจะทำให้เกิดกลิ่นปากได้ และเมื่อแผลหายกลิ่นปากก็จะลดลง นอกจากนี้ยังเกิดขึ้นได้ภายหลังการถอนฟันหรือการผ่าตัดในช่องปาก เนื่องจากขณะมีแผลผู้ป่วยจะใช้ฟันบดเคี้ยวอาหารได้ไม่ถนัด ทำให้มีอาหารติดฟันได้มากและง่ายขึ้น ส่วนแผลที่มีเลือดไหลซึมก็จะเป็นอาหารชั้นดีของเชื้อโรคในช่องปาก
  7. โรคเหงือกอักเสบและโรคปริทันต์ เหงือกอักเสบเนื่องจากมีหินปูน มีการทำลายอวัยวะรอบรากฟัน เหงือกอ้าออกจากตัวฟัน ทำให้มีเศษอาหารเข้าไปสะสมได้ง่ายขึ้นและแปรงออกไม่หมดจนเกิดเป็นหินปูนอยู่ภายใน แล้วทำให้เกิดการอักเสบ ในรายที่เหงือกอ้าออกมากและมีหินปูนเข้าไปสะสมอยู่มากก็อาจจะต้องผ่าตัดเปิดเหงือกออกเพื่อกำจัดหินปูนออกให้หมดก่อน แล้วจึงปิดเหงือกกลับเข้าไปตามเดิม
  8. โรคระบบทางเดินหายใจส่วนบน ตั้งแต่จมูก คอ จนถึงหลอดลม เช่น โรคโพรงจมูกอักเสบ หรือ ไซนัสอักเสบ
  9. มะเร็งที่โพรงจมูก จะทำให้มีกลิ่นมีกลิ่นไม่พึงประสงค์มากและจะมีหนองไหลออกจากจมูกลงไปในคอเวลาก้มศีรษะ
  10. ต่อมทอนซิลอักเสบ
  11. นิ่วในต่อมทอนซิล (Tonsil Stone) ก้อนสีขาว ๆ เหลือง ๆ ที่ติดอยู่ตรงต่อมทอนซิล ไม่ใช่เศษอาหาร แต่เป็นก้อนที่เกิดจากการหมักหมมของน้ำลายผสมกับอาหาร เศษเนื้อตายของต่อมทอนซิล และแบคทีเรียที่ไม่ต้องการอากาศ ที่เป็นตัวสร้างแก๊สไข่เน่ารอบ ๆ ก้อนนิ่ว เมื่อลมหายใจผ่านก้อนนิ่วนี้ออกมา ก็จะส่งกลิ่นมีกลิ่นไม่พึงประสงค์
  12. โรคระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง เช่น ผู้ที่เป็นโรคปอดเรื้อรัง มะเร็งปอด วัณโรคปอด
  13. โรคระบบทางเดินอาหาร เช่น ภาวะท้องอืด โรคกรดไหลย้อน โรคแผลเรื้อรังในกระเพาะอาหาร
  14. การรับประทานอาหารที่ทำให้เกิดกลิ่น ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญของกลิ่นปาก เช่น กระเทียม หัวหอม เครื่องเทศ สะตอ ชีส ทุเรียน ฯลฯ
  15. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
  16. ยาบางชนิด
  17. ผู้ที่สูบบุหรี่นาน ๆ ทำให้เกิดคราบหินปูน เหงือกและฟันถูกทำลาย
  18. ผู้ที่ใส่ฟันปลอมหรือใส่เครื่องมือต่าง ๆ ในปาก
  19. นอกจากนี้ อาจเกิดจากโรคที่เกี่ยวกับระบบการทำงานของร่างกายต่าง ๆ

วิธีดับกลิ่นปาก

  1. แปรงฟันทุกครั้งหลังมื้ออาหาร
  2. ใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์
  3. ทำความสะอาดลิ้น
  4. ฝึกใช้ไหมขัดฟัน (Dental Floss) หลังการแปรงฟันให้เป็นนิสัย
  5. บ้วนปากน้ำเปล่า หากไม่สะดวกที่จะแปรงฟัน
  6. เลือกใช้น้ำยาบ้วนปากยามจำเป็น
  7. สเปรย์ระงับกลิ่นปาก
  8. เคี้ยวหมากฝรั่งหรืออมลูกอม
  9. ยาสีฟันผสมเกลือ
  10. อมน้ำเกลือ
  11. เปลี่ยนแปรงสีฟันทุกสามเดือน
  12. เครื่อง Water Flosser (ยี่ห้อ Waterpik) หรือเครื่องทำความสะอาดช่องปากและฟันด้วยแรงดันน้ำ
  13. หมั่นตรวจสุขภาพฟันและช่องปากกับทันตแพทย์อยู่เสมอ
  14. ขูดหินปูน เป็นประจำทุก ๆ 6 เดือน หรืออย่างน้อยปีละครั้ง หินปูนเป็นอีกสาเหตุหลักของการเกิดกลิ่นปากที่คุณไม่ควรมองข้าม
  15. ยับยั้งฟันผุ โดยการอุดฟันซี่ที่มีการผุ
  16. รักษาแผลในช่องปาก
  17. รักษานิ่วในต่อมทอนซิล
  18. ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว
  19. อย่าปล่อยให้ปากแห้ง เพราะจะทำให้ความเข้มข้นของแบคทีเรียในช่องปากมีเพิ่มมากขึ้นจนทำให้เกิดกลิ่นปากได้
  20. เลิกการสูบบุหรี่
  21. ดื่มน้ำมะนาว ช่วยเพิ่มปริมาณของน้ำลาย
  22. น้ำมันมะพร้าวช่วยได้
  23. รับประทานอาหารที่มีเส้นใยอาหารเยอะ ๆ
  24. หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดกลิ่นปาก
  25. อาหารที่มีน้ำตาลและที่เป็นกรด ก็ทำให้เกิดกลิ่นปากและฟันผุได้
  26. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
  27. ผักผลไม้ดับกลิ่นปาก เช่น การเคี้ยวใบผักชีฝรั่งหรือใบสะระแหน่หลังการรับประทานอาหาร
  28. สมุนไพรดับกลิ่นปาก
  29. ดับกลิ่นปากด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ เช่น Toxifort ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดีท็อกซ์ร่างกาย กำจัดสารพิษและเชื้อแบคทีเรียออกจากกระเพาะอาหาร ทำให้กลิ่นปากสดชื่นขึ้น

990฿

1980฿